ประวัติความเป็นมาของท่อ PVC

สาร พี.วี.ซี. ได้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในคริสศตวรรษที่แล้ว จุดเริ่มนั้นเกิดจากการที่นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ทำการศึกษาปฏิกิริยาของสารอินทรีย์แกลชนิดใหม่ (Vinyl Chloride, C2H3CL) ที่พวกเราได้ประดิษฐ์ขึ้นและพบปรากฎการณ์ประหลาด เมื่อสารนี้ต้องแสงแดด คือการเกิดการรวมตัวของของแข็งสีขาวที่ก้นหลอดทดลอง อันที่จริงปรากฎการณ์นี้มีชื่อทางเคมีว่าการเกิด Polymerization ซึ่งทำให้ได้สารพลาสติกชนิดใหม่ Polyvinyl Chloride นักวิทยาศาสตร์ได้พบว่าสารใหม่นี้ไม่ทำปฏิกิริยากับสารเคมีทั่ว ๆ ไป และที่สำคัญคือ ไม่สามารถทำลายมันได้ แต่เนื่องจาก พี.วี.ซี. มีคุณสมบัติต่อต้านการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทำให้ยากที่จะนำมาใช้ประโยชน์ ด้วยเหตุนี้การพัฒนาสาร พี.วี.ซี. จึงหมดไป

กระทั่งปี ค.ศ. 1920 เศษ จึงได้มีการค้นคว้าเกี่ยวกับสาร พี.วี.ซี. อีกในยุโรปและอเมริกาเหนือ ในช่วงนี้ได้มีการนำเอา พี.วี.ซี. มาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเยอรมัน โดยในปี ค.ศ. 1930 เศษ นักวิทยาศาสตร์และวิศวกร ชาวเยอรมันได้นำการพัฒนาและผลิตท่อ พี.วี.ซี. จำนวนจำกัดออกมาใช้งาน ท่อเหล่านี้ยังคงปรากฎและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพจนตราบเท่าทุกวันนี้
ในตอนปลายของสงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมันถูกโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงเมืองต่าง ๆ ถูกทำลายแต่ประชาชนก็ยังเอาชีวิตรอดอยู่ได้ด้วยการอาศัยตามซากปรักหักพังของอาคาร สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่คือ ระบบส่งน้ำและระบายน้ำที่ถูกทำลาย วิกฤติการณ์นี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอีกเมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรโจมตีแคว้น รูห์ และแคว้นซาร์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเหล็กและแร่อื่น ๆ ที่ใช้ผลิตท่อในยุคนั้น เพื่อแก้ปัญหาวุ่นวายเหล่านี้ นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรเยอรมันจึงหันมาใช้พี.วี.ซี. จึงได้ก่อกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก

ปัจจุบันท่อ พี.วี.ซี. มีบทบาทสำคัญในตลาดโลกมาก จากสถิติการผลิดท่อ พี.วี.ซีในสหรัฐอเมริกา ปี ค.ศ. 1976 ปรากฏว่า มีจำนวนผลิตถึง 1.5 พันล้านปอนด์ ต่อปี มาตรฐานท่อพี.วี.ซี. ในสหรัฐอเมริกาได้ถูกกำหนดขึ้นในปี ค.ศ. 1940 เศษ โดย The American Society for Testing and Materials (ASTM)

สำหรับประเทศไทยนั้น ท่อ พี.วี.ซี. เริ่มเป็นที่รู้จักและใช้กันเมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา และปัจจุบันกำลังเป็นที่รู้จักและใช้การอย่างแพร่หลาย จนสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำหนดมาตรฐาน ท่อ พี.วี.ซี. และอุปกรณ์ต่อท่อ พี.วี.ซี. ขึ้นโดยแบ่งแยกสีตามการใช้งาน เช่น มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมท่อ พี.วี.ซี. แข็งสำหรับใช้เป็นท่อร้อยสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ (มอก. 216-2520) กำหนด เป็นท่อสีเหลืองอ่อน (Primerose) มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมท่อ พี.วี.ซี. แข็งสำหรับใช้เป็นท่อน้ำดื่ม (มอก. 17-2523) กำหนดเป็นท่อสีน้ำเงิน (Arctic Blue) มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมท่อ พี.วี.ซี. แข็งสำหรับใช้ในงานอุตสาหกรรมและชลประทาน (มอก. .....) กำหนดเป็นสีเท่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุปกรณ์สำหรับต้นท่อ ซึ่งกำหนดสีตามท่อ พี.วี.ซี. สำหรับใช้งานต่าง ๆ กัน

ชนิดของท่อ PVC

ท่อ PVC เป็นชื่อเรียกที่คนทั่วไปรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี PVC ย่อมาจากคำว่า polyvinyl chloride เป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง เช่น มีความเหนียวยืดหยุ่นตัวได้ ทนต่อแรงดันน้ำไดดี ทนทานต่อการกัดกร่อนของกรดหรือด่างได้ดี ใช้เป็นฉนวนไฟฟ้าได้ดีเพราะไม่เป็นตัวนำไฟฟ้า เป็นวัสดุไม่ติดไฟ ผิวมันเรียบช่วยให้การไหลของน้ำได้ดี มีน้ำหนักเบาและราคาถูก แต่มีข้อด้อยอยู่บ้าง เช่น มีความเปราะไม่ทนทานต่อแรงกระแทก ไม่ทนทานต่อ แสง UV เพราะจะทำให้กรอบและแตกหักได้ ท่อ PVC ที่นิยมนำมาใช้ในงานก่อสร้างยังแบ่งออกได้อีก 3 ชนิดคือ ท่อสีฟ้า ท่อสีเหลือง และท่อสีเทา

1. ท่อ PVC สีฟ้า ผลิตขึ้นตามมาตรฐาน มอก. 17-2532 เป็นท่อทิ่นิยมนำมาใช้ในงานสุขาภิบาลในอาคาร เช่น ใช้เป็นท่อน้ำประปาซึ่งต้องรับแรงดันน้ำ หรือใช้กับระบบปั้มน้ำซึ่งต้องเลือกใช้มาตรฐานท่อขนาด PVC-8.5 หรือPVC-13.5 แต่ถ้าใช้เป็นท่อระบายน้ำทิ้งหรือท่อน้ำโสโครกซึ่งไม่มีแรงดันน้ำ ให้เลือกใช้มาตรฐานท่อขนาด PVC-5 ซึ่งการระบุท่อ PVC-5, PVC-8.5 และ PVC-13.5 เป็นการระบุถึงความสามารภในการรับแรงกดดันได้ของท่อ มีหน่วยเป็นกิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ท่อ PVC สีฟ้าเหมาะสำหรับใช้งานภายในอาคารหรือในที่ร่มเท่านั้น ไม่ควรใช้กับภายนอกอาคารที่ต้องสัมผัสกับแสงแดด และไม่ควรใช้ติดต่อกันไปกับอาคารที่ทรุดตัวได้ง่าย เพราะจะทำให้ท่อแตกหักหรือฉีกขาดออกจากกันได้

2. ท่อ PVC สีเหลือง ผลิตขึ้นตามมาตรฐาน มอก. 216-2524 เป็นท่อที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในงานร้อยสายไฟฟ้าหรือสายโทรศัพท์โดยเฉพาะ โดยคำนึงถึงมาตรฐานความเป็นฉนวนไฟฟ้าเป็นหลัก ท่อ PVC สีเหลืองเหมาะสำหรับใช้ร้อยสายไฟภายในอาคารหรือในที่ร่มเท่านั้น ไม่ควรใช้ร้อยสายไฟไปภายนอกอาคาร เพราะกฎของการไฟฟ้าฯ จะไม่อนุญาตให้ใช้

3. ท่อ PVC สีเทา ท่อ PVC สีเทาเป็นท่อที่ผลิตขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ในการระบายน้ำทางการเกษตรหรือระบายน้ำสิ่งปฏิกูล หรือใช้ระบายน้ำในงานชั่วคราว ที่ไม่ต้องรับแรงดันน้ำหรือไม่ต้องการความแข็งของท่อมากนัก จึงยังไม่มีมาตรฐานกำหนด ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต แต่ถ้าใช้ระบายน้ำในงานอุตสาหกรรม จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น อาจมีสารเคมีหรือของมีพิษระบายออกมาด้วย ซึ่งก็ให้ใช้ท่อตามมาตรฐาน มอก. 999-2533